สวัสดีครับ ผมชื่อ องอาจนะครับ ขออนุญาตเล่าประวัตินิดนึงครับ ผมศึกษาธรรมมะมาพอสมควร และก็ฝึกปฏิบัติมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วครับ
ผมศึกษาปริยัติมาไม่ได้มากมายนัก ศึกษาเพียงบางเรื่องที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อตนเองเท่านั้น และก็ใช้มันเลยหาปฏิบัติตามหลักธรรมนั้นๆได้
ซึ่งตอนนี้รักษาศีล 5 อยู่ทุกวันครับ วันพระรักษาศีลอุโบสถ เคยใช้วิธีการดูจิตที่เดิมผมเข้าใจว่าเป็นวิปัสสนา คอยดูการทำงานของมัน ได้เห็น
ไตรลักษณ์ของจิต ได้เห็นความไม่เที่ยงของมันในการจับขันธ์ทั้ง5 ใช้การฝึกนี้ละอกุศลได้ ละเวทนาบางอย่างได้ ละความเพลินของจิตในการ
ไปเกาะกับสังขารได้ แต่เมื่อเรียนลึกขึ้นมาอีกผมได้ทราบว่าวิธีที่ผมทำอยู่นี้ เป็นเพียงปัญญาที่ได้จากการนึกคิดเท่านั้น เป็นเพียงจินตมนปัญญา
ยังไม่ใช่ภาวนามนปัญญา ผมยังไม่รู้ได้ด้วยจิต ผมรู้ได้ด้วยเหตุผลเท่านั้น ผมยังไม่ใช่วิปัสสนาที่แท้จริง เท่าที่ผมรู้ตอนนี้ ผมจำเป็นต้องให้ได้สมาธิ
อย่างน้อยฌานหนึ่ง ถึงจะวิปัสสนาเพื่อเข้าทางสู่วิมุติได้ วิมุติหรือนิพพานผมอาจจะไม่ได้หวังในตอนนี้ แต่ผมอยากเข้าใจของความรู้สึกถึงคำว่า
การรู้ด้วยภาวนามนปัญญาว่ามันต่างกับจินตมนปัญญายังไง เพราะผมคิดว่าแค่สิ่งที่ผมฝึกที่เป็นจินตมนปัญญา ผมรู้สึกถึงธรรมมันเปลี่ยนแปลงผม
ไปในทางที่ดีขึ้นมากพอสมควรแล้ว ภาวนามนปัญญามันจะมีผลดีขนาดไหนและต่างยังไงกับจินตมนปัญญานี่คือสิ่งที่ผมอยากรู้และต้องหาคำตอบ
ผมจึงต้องเริ่มฝึกสมถะสมาธิ ซึ่งผมแทบไม่เคยฝึกเลย ตอนนี้ผมเองก็ฝึกได้อยู่แค่ในระดับขณิกสมาธิเท่านั้น ยังไม่ถึง อุปจารสมาธิ อัปปมาสมาธิ ฌาน
ไม่ต้องพูดถึง ผมเคยใช้อานาปานสติ ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับจริตผมเท่าไหร่ ก็เลยอ่านหนังสือและค้นคว้าเรื่องการทำสมาธิ ตอนนี้ผมก็ใช้วิธีนั่งสมาธิ
แบบค่อนข้างมั่ว โดยไม่ได้ยึดวิธีอะไรเป็นวิธีเดียว แต่จะเลือกการหาสิ่งให้จิตมันไปยึด ไปทางแนววิธีกสิณ ซึ่งผมมักใช้กสิณลม ดูการที่ลมกระทบกายเป็นการเรียกสติ
และให้เป็นที่ยึดของจิตให้มันนิ่ง ซึ่งตอนนี้มันก็ยังไม่ได้นิ่งมากนัก แต่ผมสร้างสัญญากับลมได้แล้ว เมื่อมีลมมาจะเรียกสติได้เสมอ แต่ยังไม่สามารถทำให้จิตจดจ่อ
มันได้นานพอให้เกิดสมาธิขั้นสูงเท่านั้น
ตอนที่ผมหาวิธีฝึกอยู่นี้ผมพยายามปรึกษาผู้รู้เรื่องนี้ ผมกลัวว่าวิธีฝึกแบบนึกเอาว่าดีด้วยตัวเองอาจจะไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง เพื่อนผมก็แนะนำให้รู้จัก
วิชาธรรมกาย ตอนที่ผมอ่านทีแรกผมพูดตามตรงทำให้ผมสับสนมาก เพราะมันขัดกับหลักธรรมที่ผมเคยเข้าใจมา ขัดกับความเชื่อของผม ซึ่งผมเคยปฏิบัติ
ตามความเชื่อเดิมของผมแล้ว มันก็ได้ผลจริงอย่างที่พระอาจารย์ที่ท่านสอนผมซะด้วย(สอนทางวีดีโอ) มันจึงทำให้ผมต้องตัดสินใจหาทางเลือกที่จะเดินต่อให้ได้
ใจนึงผมก็ไม่เชื่อและไม่อยากเชื่อ แต่ใจนึงผมก็สงสัยว่าหากมันไม่จริงแล้วทำไมพระอาจารย์ต้องโกหกด้วย หากโกหกศีลไม่มี จะทำฌานได้หรือ หากไม่จริงทำไม
ถึงยังมีคนศึกษามากมายทั้งที่รู้ว่ามันไม่ง่าย มันจึงเป็นคำถามที่ค้างคาใจผมมาก และอีกอย่างผมเคยขอพรองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าโคดมว่า ผมเชื่อในท่าน
เชื่อในคำสอนของท่าน แต่ผมไม่มั้นใจในการบอกเล่าต่อๆกันมา ว่ามันจะเป็นความจริงทุกอย่าง ผมจึงขอให้ท่านจงชี้หนทางสู่วิมุติให้ผมด้วยว่าทางใดถูกต้อง
ผมเคยวางธรมกายมาแล้ว 2 ครั้ง เพราะว่ามันขัดกับความเชื่อเดิมของผม แต่ที่ผมแปลกใจคือทำไมยังมีหนทางนี้มาให้ตัดสินใจอีกเรื่อยๆ เหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์
กำลังจะบอกอะไรผมหรือ ผมจึงอยากรู้แบบจริงๆเลย ไม่มั่วเอาเองหากจะปักใจไม่เชื่อก็ขอให้ได้ศึกษามันแบบถึงที่สุดแล้ว ถึงจะไม่เชื่อ
ดังนั้น ผมขอความเมตตากับผู้ที่มีความรู้เรื่องธรรมกายจริงๆ ได้ช่วยทำให้ผมตาสว่างด้วยว่า ความจริงมันเป็นยังไง อะไรคือสิ่งที่ถูกจริงๆ ทำไมวิธีอื่น
ถึงไม่มีทางนิพพานได้ มีแค่วิธีธรรมกาย(ข้อนี้ผมรู้สึกไม่เห็นด้วยที่สุด) มีมารจริงหรือ มีพระพุทธเจ้ามารจริงหรือ ทำไมการทำสมถะวิธีอื่นถึงมองไม่เห็น
มีแต่วิธีนี้ที่เห็น ตกลงมันเป็นเพราะจิตสร้างภาพเองหรือป่าวที่เห็น หรือเพราะวิธีอื่นสมาธิมันไม่ละเอียดพอ หากวิธีอื่นไม่ละเอียดพอแสดงว่ามีเกิน อรูปฌาน 4 หรือ
ในหมวดของสมาธิ และหากเป็นไปได้เท่าที่ผมรู้น่าจะมีอาจารย์ในธรรมกายนี้ ที่น่าจะบรรลุอย่างน้อยพระโสดาบันแล้ว หรืออาจจะมีพระอรหันต์ด้วยซ้ำ
ผมอยากรู้ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง คนที่ละสังโยชน์ 10 แล้ว เขาจะเป็นยังไง
มีคำถามมากมายในใจผม ผมอยากรู้และอยากศึกษาจริงๆว่าตกลงอะไรคือความจริง ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่นะครับ หากมีข้อความใด
เป็นการลบหลู่ผมขออภัยทานแก่ทุกท่านและท่านครูอาจารย์ด้วย ผมไม่มีเจตนาผมแค่ถามตามสิ่งที่สงสัยเท่านั้น
ด้วยความเคารพ
องอาจ พุทธรักษา
DrBoy_Ongarj@hotmail.com